คาถามหาจักรพรรดิ คือ อะไร

(ที่มา wikisource)

คาถามหาจักรพรรดิ เป็นพระคาถาที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก “ชมพูปติสูตร” ในตอนที่พระพุทธเจ้าทรงเนรมิตพระองค์เป็นพระเจ้าจักรพรรดิเพื่อกำราบทิฐิพญาชมพูบดี พระมหากษัตริย์ผู้มากด้วยอิทธิฤทธิ์ โดยผู้ที่รจนาพระคาถาบทนี้ขึ้นมาก็คือ หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ แห่งวัดสะแก จ.อยุธยา พระผู้เป็นดั่งร่มโพธิ์แก้วที่แผ่กิ่งก้านใบบุญบารมีมอบความร่มเย็นเป็นสุข ให้แก่ลูกศิษย์ทั่วทุกชนชั้นอย่างไม่มีประมาณ ตามแนวทางแห่งพระศรีอาริยเมตไตรย์โพธิสัตว์และหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด ซึ่งพระคาถานี้เป็นพระคาถาหลักที่หลวงปู่ดู่ใช้ในการรวมบารมีแผ่เมตตาช่วยเหลือภพภูมิทั้งหลายทั่ว 3 แดนโลกธาตุ และใช้ในการอธิษฐานจิตปลุกเสกพระเครื่องทุกชนิดของท่าน โดยท่านได้ถ่ายทอดความรู้ทั้งหลาย รวมทั้งพระคาถามหาจักรพรรดินี้ ไว้ให้แก่ลูกศิษย์ผู้เป็นหน่อโพธิ์แก้วต้นใหม่ ที่จะทำหน้าที่สร้างความร่มเย็นเป็นสุขให้แก่ลูกศิษย์ในรุ่นหลังต่อไปก็คือ พระอาจารย์วรงคต วิริยธโร หรือ หลวงตาม้า แห่งวัดถ้ำเมืองนะ

ดาวน์โหลด หนังสือ

คาถามหาจักรพรรดิสวดตอนไหน

โดยปกติในแต่ละวันนั้น จะมีการสวดพระคาถามหาจักรพรรดิที่วัดถ้ำเมืองนะ วันละ 4 เวลาด้วยกัน คือ ตอนเช้าเวลา 6:00 – 7:00 น. ตอนบ่ายเวลา 13:00-14:00 น. ตอนเย็นเวลา 18:00-19:00 น. และรอบสุดท้ายเวลา 20:30 น. ซึ่งรอบสุดท้ายนี้จะสวดแบบเต็มและสวดตามกำลังวัน ส่วนช่วงเวลาอื่นนั้นการสวดจะเริ่มจากตั้งนะโม 3 จบแล้วก็สวดพระคาถามหาจักรพรรดิไปเลยจนครบเวลา 1 ชั่วโมง หรือ 108 จบ และมีหลายคนถามว่าช่วงเวลา 20:30 น. นั้นถ้าสวดในเวลานั้นไม่ทันจะสวดในเวลาอื่นได้มั้ย ในเรื่องนี้นั้น หลวงตาม้า ท่านได้เคยบอกกับลูกศิษย์ทั้งหลายไว้ว่า “บทสวดพระคาถามหาจักรพรรดินั้นสามารถสวดได้ทุกเวลา” ถ้าใครสามารถสวดตลอดเวลาได้ยิ่งดี แต่ที่เน้นในช่วงเวลา 20:30 น. นั้น เพราะว่าในช่วงเวลาดังกล่าวนั้นเป็นช่วงเวลาที่ทั้งสามแดนโลกธาตุ คือ สวรรค์ มนุษย์ภูมิ และนรก (อบายภูมิ) และภพภูมิต่างๆ นั้นได้เปิดเชื่อมถึงกันซึ่งทำให้มีผู้สวดคาถามหาจักรพรรดิในช่วงเวลาดังกล่าวเยอะมาก ยิ่งมีผู้สวดพร้อมกันมากเท่าไรก็ยิ่งดีเพราะจะทำให้มีกำลังมาก แต่ถ้าสวดในช่วงเวลาอื่นนั้นก็อาจจะมีเฉพาะตัวเราหรือมีผู้สวดพร้อมกันน้อย กำลังที่ได้นั้นก็จะน้อยตาม เปรียบเหมือนเราทำงานบางอย่างถ้ามีคนช่วยกันทำมากงานก็จะเบาและสำเร็จเร็วเพราะช่วยกันทำ แต่ถ้ามีคนช่วยกันทำน้อยหรือมีเพียงเราคนเดียวนั้น งานก็จะเหนื่อยหน่อยและต้องใช้เวลากว่าจะสำเร็จได้ แต่อย่างไรก็ตาม “โสฬส” มีความคิดเห็นส่วนตัวว่า ท่านสามารถสวดเวลาใดก็ได้ที่ท่านสะดวก แต่ให้สวดอย่างมีสมาธิและสวดด้วยปัญญา ไม่ว่าจะสวดน้อยหรือมากก็ตาม

วิธีสวด คาถามหาจักรพรรดิ

ตั้งสัจจะอฐิษฐาน

ข้าพเจ้า…(นามของท่าน)…ขอตั้งสัจจะอธิษฐาน (ตั้งสัจจะโดยจะสวดคาถามหาจักรพรรดิทุกวัน หรือ สัจจะใดๆก็ตามที่คิดว่าทำได้)

ด้วยสัจจะที่ข้าพเจ้าอธิษฐาน ข้าพเจ้าขอความเมตตาหลวงปู่ดู่โปรดเมตตารวมบุญน้อมนำกระแสความคล่องตัว ทั้งทางโลกและทางธรรม กระแสสัมมาอาชีพ และกระแสโภคทรัพย์แห่งจักรพรรดิเข้ามาสู่ชีวิตประจำวันของข้าพเจ้า และข้าพเจ้าขออธิษฐานเพื่อชาติ ศาสนา ราชบัลลังค์ หมู่คณะ สัตว์และมนุษย์ทั้งหลายที่ยังเวียนว่ายตายเกิด

สิ่งที่ข้าพเจ้าอธิษฐานนี้ ข้าพเจ้าขอตั้งสัจจะอธิษฐาน ขอบารมีหลวงปู่ดู่โปรดเมตตาน้อมนำบารมีรวมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์ปฐมบรมมหาจักรพรรดิ ถึงองค์ปัจจุบันบรมมหาจักรพรรดิทุกๆ พระองค์

ขอบารมีรวมพระปัจเจกพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ พระธรรม และพระอริยสงฆ์ทั้งหลาย ขอบารมีรวมหลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่เป็นที่สุด ขอบารมีรวมของดวงจิตพระโสดาบัน พระสกิทาคามี และพระอนาคามีทุกๆ ดวงจิต ตั้งแต่อดีต ถึงปัจจุบัน และอนาคต

ขออาราธนาบารมีทั้งหมดทั้งมวลแผ่ไปทั่วภพภูมิต่างๆทั้งหลาย ทั่วทั้ง 3 แดนโลกธาตุ อันประกอบไปด้วยเทพ 6 ชั้นพรหม 20 ชั้น เทพพรหมทุกชั้นฟ้ามหาสมุทรโดย ทั่วทั้งหมื่นแสนโกฏิจักรวาล เทพพรหมเทวาที่เกี่ยวพันกับหลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่ หลวงตาม้า เทพพรหมเทวาที่เกี่ยวพันเกี่ยวข้องกับข้าพเจ้า โดยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและอนาคต ท่านปู่พระอินทร์เจ้าฟ้า ท่านท้าวจตุมหาราชทั้ง 4 พระยายมราชพร้อมด้วยบริวารทั้งหมด พระศรีสยามเทวาธิราชทุกๆพระองค์ วีรบุรุษและวีรสตรีทั้งหลาย ที่คอยปกป้องรักษาแผ่นดินสยาม โอปาติกะทั้งหลาย พระฤๅษีและดาบสทั้งหลาย ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองทุกๆจังหวัด พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระราหูวราหก เจ้ากรุงพาลี แม่พระธรณี แม่พระคงคา แม่พระโพสพ พระเพลิง พระพาย พระพิรุณ พระยายมราชพร้อมบริวารพญาครุฑ-พญานาคพร้อมด้วยบริวาร คนธรรพ์ชาวเมืองลับแล และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ที่ข้าพเจ้าได้เคยไปอธิษฐานไว้ ขอหลวงปู่ได้โปรดเมตตาน้อมนำท่านทั้งหลายมาร่วมสวดบทพระมหาจักรพรรดิ พร้อมกันกับพวกข้าพเจ้า ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้ด้วยเถิด

บทบูชาพระ

พุทธัง ชีวิตัง เม ปูเชมิ
ธัมมัง ชีวิตัง เม ปูเชมิ
สังฆัง ชีวิตัง เม ปูเชมิ

กราบพระ 6 ครั้ง

พุทธัง วันทามิ (กราบ)
ธัมมัง วันทามิ (กราบ)
สังฆัง วันทามิ (กราบ)
ครู-อุปัชฌาย์-อาจาริยคุณัง วันทามิ (กราบ)
มาตาปิตุคุณัง วันทามิ (กราบ)
พระไตรสิกขาคุณัง วันทามิ (กราบ)

บทสมาทานศีล 5

นโม ตัสสะ ภควโต อรหโต สัมมา สัมพุทธัสสะ (กราบ 3 ครั้ง)

พุทธัง สรณัง คัจฉามิ
ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ
สังฆัง สรณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ พุทธัง สรณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ สังฆัง สรณัง คัจฉามิ
ตติยัมปิ พุทธัง สรณัง คัจฉามิ
ตติยัมปิ ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ
ตติยัมปิ สังฆัง สรณัง คัจฉามิ

ปาณาติปาตา เวระมณี สิกขาปทัง สมาทิยามิ
อทินนาทานา เวระมณี สิกขาปทัง สมาทิยามิ
กาเมสุมิจฉาจารา เวระมณี สิกขาปทัง สมาทิยามิ
มุสาวาทา เวรมณี สิกขาปทัง สมาทิยามิ
สุราเมระยะมัชชะปมาทัฎฐานา เวระมณี สิกขาปทัง สมาทิยามิ

อิมานิ ปัญจะสิกขาปะทานิ สะมาทิยามิ (3 ครั้ง)

สีเลนะ สุคติง ยันติ สีเลนะ โภคสัมปทา
สีเลนะ นิพพุติง ยันติ ตัสมา สีลัง วิโสธเย

บทอาราธนาพระ

นโม ตัสสะ ภควโต อรหโต สัมมา สัมพุทธัสสะ (สวด 3 จบ)

พุทธัง อาราธนานัง กโรมิ
ธัมมัง อาราธนานัง กโรมิ
สังฆัง อาราธนานัง กโรมิ

คาถาหลวงปู่ทวด

นโม โพธิสัตโต อาคันติมายะ อิติ ภควา (สวด 3 จบ)

คาถาหลวงปู่ดู่

นโม โพธิสัตโต พรหมปัญโญ (สวด 3 จบ)

บทขอขมาพระรัตนตรัย

(สวดแบ่งประโยคที่ได้ความหมายถูกต้องตามหลักไวยากรณ์บาลี พร้อมคำแปล)

โย โทโส โมหะจิตเตนะ
(โทษอันใด ด้วยจิตหลงผิดไป)

พุทธัสมิง ปาปะกโต มยา
(การกระทำชั่วบาปของข้าพเจ้าในพระพุทธะ)

ขะมะถะ เม กตัง โทสัง
(ขอขมาแก่ข้าพเจ้าซึ่งโทษที่ได้กระทำไป)

สัพพะปาปัง วินัสสันตุ
(ขอบาปทั้งปวง จงวินาสสิ้นไป)

โย โทโส โมหะจิตเตนะ (โทษอันใด ด้วยจิตหลงผิดไป)

ธัมมัสมิง ปาปะกโต มยา
(การกระทำชั่วบาปของข้าพเจ้าในพระธรรม)

ขะมะถะ เม กตัง โทสัง
(ขอขมาแก่ข้าพเจ้าซึ่งโทษที่ได้กระทำไป)

สัพพะปาปัง วินัสสันตุ
(ขอบาปทั้งปวง จงวินาสสิ้นไป)

โย โทโส โมหะจิตเตนะ (โทษอันใด ด้วยจิตหลงผิดไป)

สังฆัสมิง ปาปะกโต มยา
(การกระทำชั่วบาปของข้าพเจ้าในพระสงฆ์)

ขะมะถะ เม กตัง โทสัง
(ขอขมาแก่ข้าพเจ้าซึ่งโทษที่ได้กระทำไป)

สัพพะปาปัง วินัสสันตุ
(ขอบาปทั้งปวง จงวินาสสิ้นไป)

บทสวดพระคาถามหาจักรพรรดิ

นโม ตัสสะ ภควโต อรหโต สัมมา สัมพุทธัสสะ (สวด 3 จบ)

(สวดตามกำลังวัน อาทิตย์ 6 จันทร์ 15 อังคาร 8 พุธ 17 พฤหัส 19 ศุกร์ 21 เสาร์ 10 หรือ จะสวดวันละ 9 จบก็ได้)

นโม พุทธายะ พระพุทธะไตรรัตนญาณ
มณีนพรัตน์ สีสหัสสะ สุธรรมา
พุทโธ ธัมโม สังโฆ
ยะ-ธา-พุท-โม-นะ
พุทธะบูชา ธัมมะบูชา สังฆะบูชา
อัคคีทานัง วรังคันธัง
สีวลี จะ มหาเถรัง
อหัง วันทามิ ทูรโต
อหัง วันทามิ ธาตุโย
อหัง วันทามิ สัพพโส
พุทธะ ธัมมะ สังฆะ ปูเชมิ

คำอธิษฐานสัพเพทั้งสามแดนโลกธาตุ

ข้าพเจ้า…(นามของท่าน)…ผู้เป็นผู้รับใช้พระพุทธศาสนา ขอนอบน้อมและน้อมนำบารมีรวมแห่งพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอริยบุคคลทุกชั้นภูมิ พระโพธิสัตว์ และพระบรมมหาจักรพรรดิทุกๆ พระองค์ โดยตั้งแต่อดีตปัจจุบันและอนาคต โดยมีบารมีรวมของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญเป็นที่สุด ขอพระบารมีอันหาที่สุดมิได้นี้ โปรดจงส่งไปให้ถึงภพภูมิต่างๆ ทั้งหลายในทั่วทั้ง 3 แดนโลกธาตุ อันประกอบไปด้วยเทพ 6 ชั้น พรหม 20 ชั้น เทพพรหมทุกชั้นฟ้ามหาสมุทร โดยทั่วทั้งหมื่นแสนโกฏิจักรวาล เทพพรหมเทวาที่เกี่ยวพันกับหลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่ หลวงตาม้า เทพพรหมเทวาที่เกี่ยวพันเกี่ยวข้องกับข้าพเจ้า โดยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและอนาคต ท่านปู่พระอินทร์เจ้าฟ้า ท่านท้าวจตุมหาราชทั้ง 4 พระยายมราชพร้อมด้วยบริวารทั้งหมด พระศรีสยามเทวาธิราชทุกๆ พระองค์ วีรบุรุษและวีรสตรีทั้งหลายที่คอยปกป้องรักษาแผ่นดินสยาม โอปาติกะทั้งหลาย พระฤาษีและดาบสทั้งหลาย ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองทุกๆ จังหวัด พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระราหูวราหก เจ้ากรุงพาลี แม่พระธรณี แม่พระคงคา แม่พระโพสพ พระเพลิง พระพาย พระพิรุณ พญาครุฑ-พญานาคพร้อมด้วยบริวาร คนธรรพ์ ชาวเมืองลับแล และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ที่ข้าพเจ้าได้เคยไปอธิษฐานไว้ ตลอดจนถึงสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย สรรพสัตว์ในดินแดนอบายภูมิทั้งหลายทั้งหมดทั้งสิ้น ขอโปรดจงได้รับมหากุศลผลบุญบารมีนี้ โดยถ้วนทั่วทุกตัวตน ทุกคนทุกท่าน เทอญ… (ตั้งใจโน้มนำบุญและแผ่บุญออกไปด้วยบทสัพเพฯ)

แผ่บุญปรับภพภูมิ

สัพเพ พุทธา สัพเพ ธัมมา สัพเพ สังฆา
พะลัปปัตตา ปัจเจกานัญจะ ยัง พลัง
อรหันตานัญจะ เตเชนะ รักขัง พันธามิ สัพพะโส (สวด 5 จบ)

พุทธัง อธิฏฐามิ ธัมมัง อธิฏฐามิ สังฆัง อธิฏฐามิ (ให้อธิษฐานจิตแผ่)

อิมังสัจจะวาจานัง อธิฐามิ พุทธธังอธิฐามิ ธัมมังอธิฐามิ สังฆังอธิฐามิ

ข้าพเจ้าขอตั้งจิตอธิษฐาน ขอให้ได้พานพบคุณงามความดีทุกๆประการจนกว่าข้าพเจ้าจะเข้าสู่นิพพาน และขอให้ข้าพเจ้าพ้นจากความทุกข์ ทุกๆประการจนกว่าข้าพเจ้าจะเข้าสู่นิพพาน นิพพานะปัจจะโยโหตุ

ดาวน์โหลด หนังสือ

คาถามหาจักรพรรดิ แปล

  • นะโมพุทธายะ (พระพุทธเจ้าทั้ง 5 พระองค์ในภัทรกัปป์นี้ อันได้แก่ นะ – พระกกุสันโธพุทธเจ้า ,โม – พระโกนาคมโนพุทธเจ้า , พุท – พระกัสสโปพุทธเจ้า, ธา – พระศรีศากยมุนีโคตโมพุทธเจ้า, ยะ -พระศรีอริยเมตไตยโยพุทธเจ้า )
  • พระพุทธะไตรรัตนะญาณ (สุดยอดของ ศีล สมาธิ ปัญญา)
  • มณีนพรัตน์ (สมบัติจักรพรรดิ อันได้แก่สมบัติหลัก 7 ประการ ได้แก่ จักรแก้ว ช้างแก้ว ม้าแก้ว ขุนพลแก้ว ขุนคลังแก้ว นางแก้ว แก้วมณี)
  • สีสะหัสสะ สุธรรมา (สีสะ – ความคิด , หัสสะ – การกระทำ , สุธรรมา -การรู้ทั้ง 3 โลกธาตุ)
  • พุทโธ ธัมโม สังโฆ (พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์)
  • ยะธาพุทโมนะ (พระศรีอริยเมตไตรย)
  • พุทธะบูชา ธัมมะบูชา สังฆะบูชา (การบูชาพระรัตนตรัย)
  • อัคคีทานัง วะรังคันธัง (ไฟเผาทำลายกิเลสทั้งภายนอกภายใน)
  • สีวลี จะมหาเถรัง (พระสีวลีเถระเจ้า ผู้เป็นเลิศทางลาภสักการะ)
  • อะหังวันทามิ ทูระโต (ขอนมัสการสถานศักดิ์สิทธิ์ทุกสถาน )
  • อะหังวันทามิ ธาตุโย (ขอนมัสการพระบรมสารีริกธาตุทั่วทั้งแสนโกฏิจักรวาล)
  • อะหังวันทามิ สัพพะโส พุทธะ ธัมมะ สังฆะ ปูเชมิ (ขอนมัสการโดยประการทั้งปวงในพระพุทธศาสนาด้วยเทอญ)

อานิสงส์และประโยชน์ของการสวดพระคาถามหาจักรพรรดิ

(ถอดมาจากคลิบบรรยายของหลวงตาม้า “ตอน ๔๙ ประโยชน์ของการสวดมนต์ โดย หลวงตาม้า วัดถ้ำเมืองนะ” เพื่อให้สาธุชนผู้สนใจในการสวดมนต์บทพระมหาจักรพรรดิ ได้อ่านและได้ทราบถึงอานิสงส์และประโยชน์ โดยทั่วกัน)

…ผลมันเกิดที่ใจมันออกที่ธาตุ ทรงอารมณ์ให้ดี ท่านใช้เวลาปีเดียวหน้าตาจะผ่องใส เพราะอารมณ์ดี โรคที่ใหนจะไปกิน โรคที่กินคือโรคเป็นทุกข์ ถ้าจิตใจมีความสุข กระแสสุขสวดไปนี้นะท่านว่า จะเอาอายุกี่ปีก็ได้ท่านว่า อธิษฐานเอา ไปที่ใหนเป็นประโยชน์ไม่ใช่ไปแล้วเป็นโทษ ชีวิตนี้มันสั้นไม่ใช่ยาวอะไร

ท่านบอกถ้าสร้างบารมี พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันนี้ถ้าเกิดร้อยปีท่านเกิดถี่ บางชาติต้องใช้ขันติอย่างมากเลยท่านว่า เอ็งลองดูชาตินี้ข้าอายุยี่สิบสาม ยี่สิบสี่ ยี่สิบห้า ข้าอธิษฐานอยู่กุฏิอยู่วัด ไม่ลงไม่ไปไหนตลอดชีวิต ข้านั่งอยู่อย่างนี้ ห้าสิบหกสิบปี (สมัยก่อนอยู่กับท่านท่านนั่งมาห้าสิบกว่าปีแล้ว) ทำอะไรมันต้องอดทนท่านว่า

บุญมันได้ทุกลมหายใจเข้าออก ไอ้ที่มันช้าๆ กันเพราะมันไม่เข้าใจ มันไปทำกรรมฐานแบบบังคับตัวเอง มันไม่ได้ทำใจให้สบาย ถ้าเอ็งเดือดร้อนจิตวุ่นวาย เอ็งนั่งอย่างไงงง…มันก็ไม่สงบท่านว่า ถ้าอารมณ์เอ็งดีนั่งไปซิ แป๊บเดียวก็สงบนิ่ง เหมือนนอนกลางคืนถ้าอารมณ์ไม่ดี คิดโน่นคิดนี่มันก็ไม่หลับเป็นทุกข์ ก่ายหน้าผากก็แล้วมันนอนไม่หลับ เพราะมันคิดโน่นคิดนี่ บทสวดมีประโยชน์ท่านว่า สวดให้หลับ มีประโยชน์อย่างไร

พอสวดหลับไปไม่นาน ในความฝันมันไม่มีทุกข์ มันไปฟังพระเทศน์บ้าง ไปสวดส่งวิญญาณบ้าง ไปทำบุญมั่ง ฝันเห็นพระมั่ง ฝันเห็นวัดมั่ง ฝันดีๆ ทั้งนั้น ไม่มีหรอกที่ฝันร้ายๆ เหมือนก่อน นี่คือกลางคืน พอตื่นขึ้นก็สวดอีกถ้าไม่ลุก ตอนกลางวันอีก กระแสของพุทธ ธรรมะ สังฆะ กระแสจักรพรรดิมันอยู่ในโลกนี้ท่านว่า กระแสจิตเราอยู่ในกระแสความดีท่านว่า มันเป็นสายใยอยู่ท่านว่า ไปที่ใหนเราก็ปลอดภัย โรคกรรมก็จะไม่เกิด เพราะกระแสมันอยู่ที่พลังงานพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ

บทนี่มันเป็นบทบุญฤทธิและอิทธิฤทธิท่านว่า ลองคิดดูนะ ถ้ากระแสสวดไปเรื่อยๆ กระแสกรรมจะเข้าได้ที่ใหน เทวดาแถวๆ บ้านเราที่เราอยู่ เขาก็ได้ประโยชน์จากเรา ได้ความสุขจากเรา คิดดูซิว่า เขาจะทำอะไรเขาจะดูแลเรามั้ย มีใครจะทำอันตรายเราได้มั้ย ไม่มี คนที่จะมาคิดทำอันตรายเรายังมีอันเป็นไปเลย อย่าว่าแต่ทำเลย นี่คือประโยชน์ ที่พูดนี่เป็นประโยชน์ส่วนน้อยนะ

ประโยชน์มากที่สุดทิพย์อำนาจ อำนาจแห่งความเป็นทิพย์สามารถแยกอาทิสมานกายได้มากมายไม่มีประมาณ บทนี้ไตรสรณคมน์กับจักรพรรดิท่านว่า เพียงแต่นึกก็จะแยกได้เลยท่านว่า กระแสกายกระแสจิตจะออกมา คนอยู่ใกล้ๆ จะมีความรู้สึกเลยท่านว่า ไม่ใช่ไปที่ใหนวงแตกที่นั้นนะ มันจะเป็นพุทธพรหมปัญญโญ เหมือนฉายของท่านนะท่านว่า พุทธ แปลว่าผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน พรหมปัญโญ ผู้มีปัญญาอย่างพรหม เอ็งไปแปลเอง ท่านว่า

นี้คือประโยชน์ เอ็งจะไม่เกิดมันง่าย ต้องให้จิตมีบุญ จิตมีความสบาย จะสร้างบารมีมันก็ง่าย เอ็งไม่ต้องรีบไปไหน ให้ดูจังหวะ เวลาสถานที่ และโอกาส ให้พิจารณา เมื่อก่อนท่านสอน ท่านสอนเยอะนะ บางวันก็จำไม่ได้ บางวันก็จำได้ นี่คือประโยชน์ในการสวดมนต์นะ บางคนก็ไม่เข้าใจการสวดมนต์ ว่าสวดไปทำไม ไม่เข้าใจ สวดมนต์นี่สมัยก่อน ตื่นขึ้นก็สวดมนต์แล้วแล้ว คนมาว่าเราก็ไม่ได้ยินนะ มัวแต่สวดมนต์อยู่ มันไม่ได้ยิน มันเลยไปไม่ได้ยิน มันแว่วๆ ไม่ได้ยิน นี่คือประโยชน์

อยู่ว่างๆ ให้สวดมนต์ท่านว่า มัวแต่ไปคุยกัน รู้หรือเปล่าคุยกันบางอย่าง มันไม่ได้เรื่องได้ราว ถ้าคุยธรรมะก็พอว่า เดี่ยวเลยไปทางโลกมั่ง เลยอะไรไปมันมั่วไปหมด มันไม่มีประโยชน์ ยิ่งมาอยู่ที่วัดมันไม่ต้องทำงานอะไรสบายเลย บุญล้วนๆ เลย ตื่นขึ้นก็ได้แล้ว จนกว่าจะหลับ ถ้าทำอย่างหลวงตาว่า อย่างหลวงพ่อท่านว่า แป๊บเดียวท่านบอก ไม่นาน พอจะเข้าใจเรื่องพลังงานงาน

พลังงานไม่ได้สูญหายไปจากโลกท่านว่า สิ่งที่เรากระทำสิ่งที่เราพูด กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม มันเป็นลูกอยู่ท่านว่า มันเป็นพลังงานอยู่ มันก็ไปตามจิต ภาพอยู่ที่ตรงที่กระทำ จิตก็นึกได้อยู่ คือกระแสของความจำ จำภาพที่ตัวเองทำ ทุกคนจำได้ตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน มันจะเรื่อยๆ ไปอนาคต มีประโยชน์มาก ถ้าใครจะสวดก็สวด ที่นี่ไม่มีข้อวัตรนะ ไม่เคยบอกว่าต้องมาสวดนะ ใครจะสวดก็สวด ใครไม่สวดก็ไม่ว่าอะไร ถ้าไม่เข้าใจก็มาถามได้ว่า สวดไปทำไม

อยากให้สวดดูว่าสักสิบปีนี้ ว่าจิตจะมีอำนาจตามที่พูดมั้ย มันจะมีทิพยอำนาจมั้ย อำนาจทางจิตหนะ อำนาจของความเป็นทิพย์ จิตมันเป็นทิพย์ แต่ต้องอาศัยธาตุกับจิตสะสมพลังงาน ธาตุมันสะสมไม่ได้ท่านบอก มันสะสมที่จิต แต่ต้องอาศัยธาตุตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ ตายแล้วทำไม่ได้เพราะไม่มีธาตุ เพราะงั้นภพภูมิเขาเวลาเราอธิษฐานไว้นี้นะ เขาจ้องไว้ตลอดเวลา เราทำอะไรนึกอะไรเขาจะมาโมทนาหมด กระแสเขามารับทันที

ร่วมสนับสนุนการสั่งสมบุญโดย

สังฆทานเป็นรูปแบบหนึ่งของการทำบุญให้ทาน เป็นการทำบุญในรูปแบบที่ได้รับความนิยมอย่างมากตามความเชื่อ ความศรัทาของชาวพุทธ ประโยชน์ของการถวายสังฆทาน จึงมีผลด้านจิตใจ เป็นการลดความเห็นแก่ตัว การไม่ยึดติดในวัตถุสิ่งของและความคับแคบในจิตใจให้น้อยลง และสิ่งที่เราบริจาค ให้ทานแก่ผู้อื่นนั้น ก็ยังสามารถทำให้เกิดประโยชน์ต่อผู้รับได้ ตามความเชื่อนั้น การถวายสังฆทาน เป็นวิธีทำบุญที่ได้บุญ-อานิสงส์มาก เพราะเป็นการถวายทานที่ไม่ระบุเฉพาะว่าเป็นพระสงฆ์รูปใด (ให้แก่ผู้ที่มีศีลบริสุทธิ์ ย่อมเกิดประโยชน์ และได้รับบุญมาก)

สบู่สมุนไพร และแชมพูสมุนไพร สำหรับถวายสังฆทานพระสงฆ์ สูตรไม่ผิดพระวินัย

สบู่สมุนไพร ตรา โสฬส

สบู่สมุนไพรที่ช่วยรักษาความชุ่มชื่น ลดอาการระคายเคืองแก่ผิวหนัง ที่ผลิตด้วยกรรมวิธีสกัดเย็น และผลิตเป็นก้อนแบบ Cold Process เพื่อคงคุณค่าของสมุนไพร ได้แก่ น้ำมันมะพร้าว, น้ำมันสกัดจากผลปาล์ม, สารสกัดจากรากชะเอม, เสลดพังพอนตัวผู้, สารสกัดจากฟ้าทะลายโจร และวิตามินอี จึงเหมาะแก่การนำมาถวายเป็นสังฆทาน เพราะช่วยทำความสะอาดผิวอย่างอ่อนโยน รักษาสมดุลความชุ่มชื้น ไม่ทำให้ผิวแห้ง ลดผื่นแพ้ และอาการคัน

เลขที่ใบรับแจ้ง : 74-1-6200034560

ราคา 129 บาท (ปกติราคา 150 บาท)

แชมพูสมุนไพร ตรา โสฬส

แชมพูสมุนไพรที่ช่วยรักษาความชุ่มชื่น ลดอาการระคายเคือง อาการคัน ให้กับหนังศีรษะ ที่ใช้สมุนไพรจากกรรมวิธีสกัดเย็น เพื่อคงคุณค่าของสมุนไพร ได้แก่ น้ำมันมะพร้าว, ว่านหางจระเข้, เมล็ดมะรุม, ใบบัวบก และวิตามินบี 5 จึงเหมาะแก่การนำมาถวายเป็นสังฆทาน เพราะนอกจากจะสามารถใช้ทำความสะอาด และคงความชุ่มชื้นให้กับหนังศีรษะ

เลขที่ใบรับแจ้ง : 10-1-6200032020

ราคา 189 บาท (ปกติราคา 250 บาท)

ราคาจัดชุดสังฆทาน 299 บาท

สั่งซื้อ