ดิฉันขอเล่าจากประการณ์ของตัวเองถึงเหตุผล ว่าทำไมถึงเลือกใช้สบู่สมุนไพร และ แชมพูสมุนไพร

เมื่อก่อนดิฉันอายุไม่มากนักสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ ได้เกือบทุกชนิดและทุกประเภทในท้องตลาด แทบจะไม่มีผลกระทบใด ๆ ต่อผิว หรือ หนังศีรษะ แสดงออกมาให้เห็นเลย ทำให้ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่า สิ่งที่เราใช้มันถูกต้องก็แค่ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด หน้าที่คือทำความสะอาด

พอเริ่มอายุมากขึ้น ก็เริ่มสังเกตตัวเองว่าผิวเริ่มเกิดผดผื่นง่าย แพ้ง่าย ผมเริ่มร่วงและเป็นเม็ดผื่นคันบนหนังศีรษะ ในตอนนั้นก็ยังไม่ได้ใส่ใจมากมายนัก ก็แค่เกิดเล็กน้อย ทายาแก้ผดผื่นก็หาย และ ด้วยงานที่ต้องเดินทางตลอดเวลา ก็เข้าใจว่าน่าจะเป็นเพราะน้ำที่เราใช้อาบ หรือ พักผ่อนน้อย และโดยพื้นฐานตัวเองก็เป็นโรคภูมิแพ้ ผิวก็บอบบางและแพ้ง่ายอยู่แล้ว

จุดที่ต้องหันมาทบทวนหรือเปลี่ยนแปลงวิธีคิดเกี่ยวกับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ ก็ คือ ผื่นตามร่างกายจากที่เคยใช้ยาแก้คันธรรมดาทาหาย แต่กลับไม่หายแถมต้องใช้ยาที่มีความเข้มข้นมากขึ้นทาและทานยาร่วมด้วยเพื่อรักษาผื่นคันตามร่างกาย เมื่อทายาในบริเวณผื่นขึ้น ผื่นหายและชีวิตเราก็เป็นวงจรอยู่อย่างนั้น คือ หาหมอ ทายา กินยา และสิ่งที่ได้เป็นของแถมมาจากการรักษาผดผื่น และ อาการคันก็คือ ผิวบริเวณที่เราทายาหายแต่กลับบอบบางมากกว่าเดิม และ แพ้ง่ายมากกว่าเดิม พอเราอาบน้ำ และ สระผมกับผลิตภัณฑ์เดิมที่เคยใช้มีอาการแสบคัน เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์เดิมไม่ได้ ก็เริ่มมองหาผลิตภัณฑ์ ที่มีคุณสมบัติบอกว่าอ่อนโยนต่อผิวบอบบางหรือแพ้ง่าย ก็ยังมีอาการเหมือนเดิมแต่น้อยกว่าผลิตภัณฑ์ปกติที่เคยใช้

ดิฉันก็เริ่มมองหาทางเลือกใหม่อีกครั้ง คือ ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร ทดลองใช้ครั้งแรกเลยก็คือสบู่สมุนไพร ที่ช่วยลดผดผื่นแต่ยังคงรักษาความชุ่มชื่นและรักษาความสมดุลให้กับผิว  ในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ครั้งนี้ เริ่มศึกษาและให้ความสำคัญกับส่วนประกอบสำคัญในการผลิต เนื่องด้วยดิฉันทำงานเป็น Food Auditor & Agriculture Auditor ซึ่งการศึกษาเรื่องส่วนประกอบและคุณสมบัติของวัตถุดิบที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ โรงงานผลิต และ มาตรฐานของการผลิต เป็นส่วนหนึ่งของงานประจำอยู่แล้ว

ผลปรากฏว่าอาการแสบคันแทบไม่เหลืออยู่เลย และเมื่อใช้ต่อเนื่องผดผื่นแห้งลงอย่างชัดเจน เมื่อมีสัญญาณในการใช้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไปในทางที่ดี ก็ทำให้สนใจในผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบจากสมุนไพรมากขึ้นเพราะช่วยแก้ปัญหาให้เราได้ ทีนี้นอกจากสบู่สมุนไพรแล้ว ก็เริ่มใช้แชมพูสมุนไพรด้วย ผลปรากฏว่า อาการคันบนหนังศีรษะลดน้อยลงมาก แถมผมก็หลุดร่วงน้อยลงมาก และได้กลิ่นอ่อนๆจากสมุนไพรรู้สีกสบายและผ่อนคลายขณะสระผมหรืออาบน้ำ เลยทำให้ดิฉันมาทำการทบทวน และ หาบทสรุปว่าในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ เราต้องใส่ใจเป็นพิเศษ ไม่ใช่แค่ชำระล้างหรือทำความสะอาดเท่านั้น มาดูกันว่าสบู่ และ แชมพูที่ดิฉันเลือกใช้มีหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกง่ายๆอะไรบ้าง เริ่มแรกเลยคือ

มีส่วนผสมมาจากสมุนไพรธรรมชาติ ข้อดีของส่วนผสมจากสมุนไพรธรรมชาติก็ คือ

1) มีความปลอดภัยมากกว่ายาหรือสารสังเคราะห์ทางเคมี

2) มีพิษตกค้างภายในสัตว์ทดลองน้อย

3) มีอัตราการสลายตัวของสารเคมีที่มีในพืชสมุนไพรสลายตัวได้ดีกว่าสารเคมีสังเคราะห์ ซึ่งทำให้มั่นใจได้ว่าจะไม่ก่อปัญหาหรือเป็นสาเหตุให้เกิด ปัญหาผิวหนัง หรือ หนังศีรษะเมื่อใช้ไปในระยะยาว

สรรพคุณทางยาของสมุนไพรที่ใช้เป็นส่วนประกอบในการผลิต เพื่อหวังผลในด้านรักษา แก้ปัญหาผิวพรรณ และ ป้องกัน อย่างเช่น  ลดผดผื่น สิว ลดจุดต่างดำ ลดเชื้อแบคทีเรีย โรคผิวหนังบางชนิด และยังคงรักษาความสมดุลของผิวได้เป็นอย่างดี เป็นมิตรกับผิวเมื่อใช้ในระยะยาว

มาตรฐานการผลิตและโรงงานผลิตที่เชื่อถือได้ เรื่องนี้เป็นสิ่งที่คนทั่วไปให้ความสำคัญน้อยมาก แต่จริง ๆ แล้ว สำคัญมาก ถึงจะเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ผลิตมาจากส่วนผสมเดียวกัน แต่แหล่งผลิตต่างกัน ก็จะส่งผลให้ผลลัพธ์ในการใช้ผลิตภัณฑ์ต่างกัน หากเราเลือกแหล่งผลิตที่ดี จะทำให้เรามั่นใจได้ว่า

1) กระบวนการผลิตได้มาตรฐาน ตัวผลิตภัณฑ์จะไม่เกิดการปนเปื้อนหรือสูญเสียเนื้อสารหรือสรรพคุณทางยาไปในกะบวนการผลิต เพื่อเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการใช้ผลิตภัณฑ์

2) การคัดเลือกวัตถุดิบในการผลิตและจรรยาบรรณของผู้ผลิต ในการเลือกใช้ส่วนผสมแต่ละชนิดในการผลิต เพราะส่วนผสมมีหลายเกรดและราคาต่างกัน

นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ดิฉันสนใจในผลิตภัณฑ์ที่มีสมุนไพรเป็นส่วนประกอบ และมีส่วนร่วมในการนำสบู่สมุนไพร และ แชมพูสมุนไพร โสฬส ออกมาจำหน่ายสู่ท้องตลาด เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องผิว เส้นผ้มและหนังศีรษะค่ะ